พฤศจิกายน 25, 2020

เปิดประเด็นร้อน อาร์เซน่อล เฉือนเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดับคาบ้าน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เปิดประเด็นร้อน อาร์เซน่อล เฉือนเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา อาร์เซน่อล บุกมาคว้าปราชัยด้วยสกอร์ 0-1 ถึงถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยเป็นชัยชนะครั้งแรกของ “เดอะ กันเนอร์ส” ถึงบ้าน “ปีศาจแดง” ในรอบ 14 ปีเกมลีกเมืองผู้ดีเลยทีเดียว

เปิดประเด็นร้อน อาร์เซน่อล เฉือนเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

“บิ๊กแมตช์” ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อเจ้าบ้านอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล เมื่อคืนที่ผ่านมา เกมนี้ มิเกล อาร์เตต้า วางหมากอย่างรัดกุมจัดการเกมรุกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่หมัดทำให้จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0 ส่วนครึ่งหลัง “ผีแดง” ยังคงเดินหน้าเพื่อหวังยิงประตูให้ได้

แต่แล้วหายนะก็เกิดขึ้นเมื่อ ปอล ป็อกบา ทำเสียจุดโทษ และเป็น ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง จัดการซัดไม่เหลือซาก ซึ่งสามแต้มในแมตช์นี้ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ อาร์เซน่อล คาบ้านในเกมพรีเมียร์ลีก ครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2006 และเป็นการจบสถิติไม่เคยเสียท่าให้กับทัพ “ไอ้ปืนใหญ่” 13 แมตช์ติดต่อกัน

เปิดประเด็นร้อน อาร์เซน่อล เฉือนเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

1. ปาร์เตย์ ควบคุมแดนกลางได้อยู่หมัด

ปัจจุบันดูเหมือนว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องหากองกลางตัวตัดเกมที่สามารถทำได้ดีในเกมรับ และมีส่วนร่วมต่อเกมรุก ซึ่งนักเตะประเภทนี้ อาร์เซน่อล มีให้เห็นแล้วนั่นก็คือ โธมัส ปาร์เตย์ ซึ่งสามารถโชว์ฟอร์มได้ดีเป็นอย่างมาก และจัดการแผงมิดฟิลด์ของ “ปีศาจแดง” ได้อยู่หมัด

ในส่วนของเกมรับ ปาร์เตย์ มีความแข็งแกร่งและขยัน ไล่บี้ไล่กดดันจนสามารถหยุดการผ่านบอลขึ้นเกมรุกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะการเสียบสกัดได้ตลอด จัดการปิดกั้นการสร้างสรรค์เกมของ ปอล ป็อกบา จนอยู่หมัด รวมไปถึง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ไม่สามารถแผลงฤทธิ์ได้เลย

เปิดประเด็นร้อน อาร์เซน่อล เฉือนเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

2. ความไม่รอบคอบนำไปสู่ความพ่ายแพ้

เกมนี้ ปอล ป็อกบา ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีในช่วงครึ่งแรก แม้ว่าเขาจะไม่ได้สร้างสรรค์โอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมมากนัก แต่การช่วยคุมจังหวะเกม และพยายามที่จะดันเกมบุกเพื่อกดดันแนวรับอาร์เซน่อล ก็ถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งหลัง ดูเหมือนว่า ป็อกบา จะไม่มีสมาธิในการเล่นบอล เข้าบอลแบบโฉ่งฉ่างไปหน่อย โดยเฉพาะจังหวะที่ต้องเล่นในเขตโทษ ซึ่งหากเป็นนักเตะที่มีสมาธิและมีความนิ่ง จะพยายามที่จะคิดวิเคราะห์ทุกครั้งที่จะเสียบสกัดคู่แข่ง เพราะหากเกิดความผิดพลาดนั่นหมายถึงหายนะและอาจนำไปสู่ความพ่ายแพ้ในทันที

สำหรับ ป็อกบา ต้องบอกเลยว่าในจังหวะแบบนี้เจ้าตัวหุนหันพลันแล่นมากเกินไป ที่ปล่อยให้ เอ็คตอร์ เบเยริน มีโอกาสได้สัมผัสบอลในเขตโทษ และแทนที่เขาจะมีสมาธิกับเกม เลือกที่จะวิ่งเข้าไปเบียด หรือทำให้คู่แข่งเสียจังหวะ แต่ดันตัดสินใจยื่นขาสกัด ซึ่งก็เข้าทาง เบเยริน ที่พร้อมโดนเตะเพื่อลงไปนอนกลิ้งอยู่แล้ว

แมนยู

3. อาร์เตต้า วางแท็คติกรัดกุม และฉลาด

ต้องยอมรับว่าในการพบกับทีมใหญ่ อาร์เตต้า วางหมากได้รัดกุมมาก ๆในทุก ๆ เกม โดยทีมของเขาไม่จำเป็นต้องเน้นการเล่นเกมบุก และการครองเกมมากนัก แต่พยายามที่จะเล่นด้วยความแน่นอน และใช้จังหวะสวนกลับในการจัดการคู่แข่งที่มีเกมรุกเหนือกว่า ซึ่งก็ได้ผลเป็นอย่างดีในแมตช์นี้

เกมนี้เหล่านักเตะ “ไอ้ปืนใหญ่” เล่นได้ตามระบบที่ อาร์เตต้า วางเอาไว้ทุกกระเบียดนิ้ว ในขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเกมบุกเข้ามาในแดนของพวกเขา เหล่านักเตะจัดการไล่บี้กดดัน และแย่งเอาบอลมาได้ตลอด ทำให้เกมรุกของ “ผีแดง” แทบไม่สามารถเข้ามาสร้างความอันตรายได้มากนัก

แมนยู

4. ปีศาจแดงแก้เกมช้า ตัวสำรองไร้ประสิทธิภาพ

โซลชา อาจจะได้รับคำชื่นชมในการจัดตัวผู้เล่นและการเปลี่ยนตัวสำรองแก้เกมในแมตช์ที่ออกไปเยือน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และรับมือ แอร์เบ ไลป์ซิก ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช แต่สำหรับแมตช์ล่าสุดแท็คติกของเขาล้มเหลวไม่เป็นท่า

หลายคนคงแปลกใจที่ยังเห็น เฟร็ด กับ แม็คโทมิเนย์ ที่เล่นไม่ออกเลยตลอดครึ่งแรกแต่พวกเขาได้อยู่ในทีมต่อไปในช่วงครึ่งหลัง จนสุดท้าย โซลชา ทนไม่ไหวต้องตัดสินใจถอด มิดฟิลด์ชาวบราซิเลียน ออกและส่ง เนมานย่า มาติช ลงมาแทน แต่การแก้เกมถือว่าช้าเกินไปเพราะนักเตะที่ลงมาใหม่ไม่มีเวลามากพอในการเปลี่ยนเกม

ขณะเดียวกันแมตช์นี้ กรีนวู้ด ต้องเจอกับสถานการณ์ยากลำบากในการผ่านด่านแนวรับสุดหินของอาร์เซนอล ทั้งกาเบรียล มากัลเญส กับ ร็อบ โฮลดิ้ง เช่นเดียวกันกับ บรูโน่ แฟร์นันเดส ที่ไม่สามารถร่ายมนต์สร้างสรรค์เกมรุกเหมือนกับหลายๆ เกมที่ผ่านมาได้

ในส่วนของเกมรับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ก็ทำได้ตามมาตรฐานของตัวเอง แต่น่าเสียดายที่บทบาทในการเล่นเกมรุกไม่ค่อยมีมากนัก เช่นเดียวกับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่ไม่ได้มีความโดดเด่นอะไรมากนักทั้งเกมรับ และรุก สวนทางกับ อาร์เซน่อล ที่เล่นได้ดีเยี่ยมและมีระเบียบวินัยในการเล่นตลอดทั้งเกม

แมนยู

 5. ผลงานในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ที่น่าผิดหวัง

เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผลงานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าผิดหวังมากๆ ในเกมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/2021 ก็คือฟอร์มในการเล่นเกมเหย้า ซึ่งครั้งหนึ่งสนามแห่งนี้เคยเป็นฝันร้ายของบรรดาทีมเยือนทั้งในและต่างประเทศ

หากจะอ้างว่าเป็นเพราะการที่ต้องเล่นแบบปิดสนามไร้กองทัพ “เร้ด อาร์มี่” คอยส่งเสียงกระตุ้นทีม ทำให้ฟอร์มการเล่นของทัพ “ปีศาจแดง” ไม่น่าประทับใจก็พูดได้ไม่เต็มปาก เนื่องจากทีมอื่นๆ ก็ต้องเจอกับสถานการณ์เดียวกัน แต่พวกเขายังโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงโดยเฉพาะ ลิเวอร์พูล ที่ตอนนี้รั้งจ่าฝูงลีก

ผลงานในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดของพวกเขาในซีซั่นนี้ต้องบอกเลยว่าย่ำแย่สุดๆ เริ่มด้วยการแพ้ให้กับ “ดิ อีเกิ้ลส์” คริสตัล พาเลซ 1-3 ตามด้วยโดน “ไก่เดือยทอง” ไล่ยำใหญ่ สกอร์ 1-6 ก่อนจะทำได้เพียงแค่เสมอ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี แบบไร้สกอร์ และล่าสุดก็โดน อาร์เซน่อล บุกมาคว้า 3 คะแนน

สวนทางกับผลงานในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาสามารถไล่ต้อน แอร์เบ ไลป์ซิก สกอร์ 5-0 ได้สบายๆ ซึ่งดูเหมือนว่านี่คือฟอร์มที่คุ้นตาสำหรับแฟนบอล “ปีศาจแดง” แต่กับการเล่นในพรีเมียร์ลีกกลายเป็นหนังคนละม้วน เพราะฟอร์มในบ้าน 4 แมตช์ ทีมแพ้ไปถึง3 เกมเสมอ 1 และยังไม่ชนะใครเลย

ฉะนั้นในตอนนี้สิ่งที่ โซลชา และลูกทีมจำเป็นต้องทำก็คือการเรียกฟอร์มเก่งในบ้านกลับมาให้เร็วที่สุด เพราะหากพวกเขาอยากประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเรื่องการคว้าแชมป์ หรือการทำอันดับติดท็อปโฟร์ ผลงานเกมเหย้าต้องทำให้ดียิ่งกว่านี้

แมนยู

เปิดประเด็นร้อน อาร์เซน่อล เฉือนเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ใครจะไปคิดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะยังไม่ชนะในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มากถึง 4 เกมติดต่อกันซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1972/1973 โดยซีซั่นนั้นพวกเขาจบอันดับ 18 ในตารางลีก !!! ถือว่าเป็นฝันร้ายอย่างแท้จริง


ข่าวกีฬาวันนี้
 
ที่คัดสรรข่าวกีฬาดังๆมากมาย มาให้อ่านให้ชม

ห้ามพลาดเว็บสำหรับแฟน ลิเวอร์พูล